อาสาสมัครคือใคร

 

1.  จะต้องระลึกอยู่เสมอว่า  ศรัทธาในการอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นนั้นเกิดขึ้นด้วยตัวเอง  มีความรู้สึกเห็นชอบในงานอาสาสมัคร  มีศรัทธาที่จะทำงาน  มีเวลาที่จะปฏิบัติงาน  และพร้อมที่จะเป็นอาสาสมัคร(พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช)

 

 

2.  เมื่อพูดถึง อาสาสมัคร  (Volunteer)  จะมีคำอีกคำหนึ่งที่มักจะถูกกล่าวถึงควบคู่กันเสมอ  คือคำว่า  จิตอาสา  (Volunteer Spirit)  องค์การสหประชาชาติ  กำหนดให้ปี  พ.ศ. 2554  (ค.ศ. 2001)  เป็นปีอาสาสมัครสากล  เพื่อเน้นถึงความสำคัญของงานอาสาสมัครและกระตุ้นให้ผู้คนในสังคม  ภาครัฐ  ภาคธุรกิจและองค์กรเอกชนได้หาแนวทางที่จะส่งเสริมสนับสนุนยกระดับและสร้างความเข้มแข็งให้กับงานอาสาสมัคร  ทั้งในระดับบุคคล  กลุ่ม  และสาธารณชน   คณะรัฐมนตรี  มีมติเมื่อวันที่  19  ธันวาคม  2543  กำหนดให้วันที่  21  ตุลาคม  ของทุกปี  อันตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้เป็นวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ  เป็น  วันอาสาสมัครไทย

 

3.  สภาวะจิตใจสำคัญ  5  ประการของบุคคลที่จะเป็นอาสาสมัคร

          1. ต้องมีความรักความปรารถนาที่จะให้

          2. ต้องมีจิตใจที่จะทำความดี

          3. ต้องมีความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

          4.  ต้องยอมเสียสละเวลา

          5. ต้องไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ

 

4.  นักอาสาสมัครที่ดีนั้น  ตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา  จะต้องประกอบด้วยลักษณะ  ดังนี้

          1. ประพฤติตนเป็นคนน่ารัก  มีระเบียบวินัยดี

          2. ประพฤติตนเป็นคนน่าเคารพ  ยำเกรง  เพราะหนักแน่นในธรรม

          3. ประพฤติตนเป็นคนน่าชื่นชม  น่าประทับใจ  เพราะไม่มีความลำเอียง

          4. ประพฤติตนเป็นคนอดทนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ของคนอื่นได้

          น่ารัก  น่าเคารพยำเกรง  น่าประทับใจ  น่าเลื่อมใสและอดทนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ  ได้ นี่คือวิญญาณของ อาสาสมัคร 

 

 

ปัจจัยการทำงานอาสาสมัคร  ประกอบด้วย

 

1.  ระเบียบของหน่วยงานที่สังกัด  เพื่อกำหนดว่าอาสาสมัครด้านนั้น ๆ หมายความว่าอะไร  มีกี่ประเภท  คุณสมบัติเป็นอย่างไร  ใครเป็นผู้แต่งตั้งและให้มีหน้าที่อะไรบ้าง  รวมทั้งการกำหนดสิทธิประโยชน์  ระยะเวลาและการสิ้นสุดสภาพ  การรับการอบรม  บัตรประจำตัว  การรายงานผลงานต่อใคร  หรือใครเป็นผู้ประเมินผลงาน  เป็นต้น

2.  ภารกิจและนโยบายของหน่วยงานที่สังกัด  เพื่อให้ทราบว่า  งานที่ตนอาสาไปทำนั้นมีแนวคิด  นโยบาย  ภารกิจ  รูปแบบการทำงาน  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานอาสามีหน่วยใดและใครบ้าง

3.  คู่มือหรือแนวการทำงานของอาสาสมัคร  เพื่อให้ทราบว่า  อาสาสมัครต้องเรียนรู้อะไรบ้าง  ต้องทำอะไร มีแนวทางทำงานอาสาในแต่ละเรื่องหรือแต่ละด้านอย่างไร  จะต้องประสานงานกับหน่วยใดทั้งในระดับหน่วยกลางและหน่วยในพื้นที่  และทำงานร่วมกับใครหรือเป็นเครือข่ายร่วมกับใครบ้าง

4.  องค์กรอาสาสมัคร  เช่น  มีชมรมอาสาสมัครเพื่อเป็นที่รวมของสมาชิกด้วยกันมีการแบ่งหน้าที่และสร้างสรรค์งานหรือบทบาทของตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม/ชุมชนมากขึ้น  หรือมีการประชุมหารือเกี่ยวกับงานและการแก้ไขปัญหา  มีการสังสรรค์ทำความเข้าใจต่อกันมากขึ้นเพื่อช่วยเหลือกันเองได้ในเรื่องอื่น ๆ ด้วย

5.  เครื่องมือในการทำงาน  เช่น  แบบสำรวจ/แบบสอบถาม  เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นฐานของการทำงานแต่ละเรื่องอาจต้องมีเครื่องมือสื่อสารกับหน่วยต้นสังกัด  เช่น  โทรศัพท์/โทรสาร  หรือมีพาหนะส่วนตัวมาช่วยปฏิบัติหน้าที่  และบางหน่วยมีเครื่องแบบบอกหน่วยสังกัดเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายที่ให้บริการมากขึ้น

6.  มีแผนงานและปฏิทินการทำงานของตน  คือ  สามารถแบ่งเวลาเพื่องานประจำ  งานส่วนตัว  หรืองานอาสา   รู้วิธีจัดกำหนดการและปรับกลวิธีการทำงานของตน  การทำงานหนึ่ง    เกิดประโยชน์ทั้งต่องานประจำและงานอาสารวมทั้งเป็นการพัฒนาตนและประสบการณ์ของตนไปด้วย

 

 

-----------------------------

 

 

สรุปข้อมูลประจำตัวอาสาสมัครแรงงานจังหวัดสระแก้ว
ภารกิจ/หน้าที่ของ  อสร. ต้องรู้เรื่อง เกี่ยวข้องงานของ ข้อได้เปรียบของ  อสร.จ.สระแก้ว แผนงาน
ภารกิจตามกฎหมาย โปรดดูในเอกสาร ๑. การรับสมัครงาน/การแนะแนว   ๑. ส่วนใหญ่ทำงานประจำอยู่ใน อบต.จึงใกล้ ๑. ในราวกลางเดือนมีนาคม ๒๕๕๕
คู่มืออาสาสมัครแรงงานที่แจกไป อาชีพ   ชิดประชาชนและผู้บริหารท้องถิ่นอาจขอรับ จะมีการประชุม อสร.อำเภอ/ตำบล
ภารกิจเฉพาะ ๒. นร./นศ  ต้องการฝึกงานช่วง   ความสนับสนุนได้ง่ายกว่าและรู้งานของ   เพื่อซักซ้อมภารกิจ (ภายหลังจากมีการ
๑. ให้บริการพื้นฐานแก่ประชาชนผู้ขอ ปิดภาคเรียน   อบต.ดีจึงสามารถปรับตัวเป็นอาสาสมัครได้ง่าย ออกคำสั่งแต่งตั้งให้ครบ ทดแทนผู้ไม่มีผลงาน)
รับบริการด้านแรงงาน  เช่น  การให้ ๓. แรงงานต่างด้าวแต่ละประเภท        สำนักงานจัดหางานจังหวัด ๒. มีส่วนช่วยในการทำแผนชุมชน ๒. เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๔ จะมีการจัด
คำปรึกษา  การส่งต่อมายังส่วนราชการ (เขมร) ที่มาทำงานในสระแก้ว       สระแก้ว ๓. มีประสบการณ์การเป็นอาสาสมัคร อบรม อสร.ระดับหมู่บ้านเพื่อเน้นการ
การปลอบขวัญผู้เดือดร้อน  การพา ๔. การหลอกลวงคนงานไปทำงาน   มาก่อน  เช่น เป็น อสม., อส. ของ ส่งเสริมความรู้และทักษะการเป็น อสร.
ผู้รับบริการไปหาผู้ให้บริการ  ฯลฯ ต่างประเทศ   หน่วยราชการอื่น เช่น ของฝ่ายปกครอง ๓. ภารกิจที่ต้องทำคือ การประชา
๒. รายงานผลการปฏิบัติงานเป็น ๕. การมีงานทำของคนพิการ/   และของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เป็นต้น สัมพันธ์และหาสมาชิกผู้ประกันตนตาม
ประจำทุกเดือน ผู้สูงอายุ   ๔. จังหวัดสระแก้วเริ่มจะมี  อสร.ระดับ มาตรา ๔๐ให้ได้มากและเร็วเพราะจะทำ
๓. เข้าร่วมกิจกรรมที่ส่วนราชการ ๑. การปิดงาน/คนงานถูกเลิกจ้าง   หมู่บ้าน (ขณะนี้มี อสร.หมู่บ้าน จำนวน ๒๕๘ คน) ให้ประชาชนทั่วไปมีสวัสดิการสังคมจากรัฐ
กรง.จัดหรือจังหวัดจัดขึ้นแต่เป็นงานที่มี ในช่วงวิกฤต   ต่อไปจะทำให้การประสานงานช่วยเหลือ (ปี ๒๕๕๕ กระทรวงมีเป้าหมายให้จังหวัด
บริการของ  กรง.อยู่ด้วย ๒. สภาพการจ้าง/การคุ้มครอง   ช่วยเหลือประชาชนได้ง่ายและเร็วขึ้น สระแก้วเพิ่มสมาชิกขึ้นอีกประมาณ ๕,๐๐๐ คน)
๔. ลงสำรวจความต้องการของประชาชน แรงงานในระบบ     สำนักงานสวัสดิการและคุ้ม ๕. อสร.จะมีส่วนร่วมชักชวนประชาชน ๔. จะมีการคัดเลือก  อสร.ดีเด่น
ในหมู่บ้าน/ข้อมูลจำเป็น ๓. ความปลอดภัยในการทำงาน     ครองแรงงานจังหวัดสระแก้ว ให้มารับบริการในกรณีมีกิจกรรมจังหวัด ทั้งระดับตำบลและระดับหมู่บ้าน
๕. ช่วยงานท้องถิ่นของตนโดยเพิ่ม ๔. แรงงานหญิง/แรงงานเด็ก   พบประชาชน/อำเภอยิ้ม  หรือกระทรวง ๕. อสร.ทุกคนจะถูกประเมินผลงาน
แผนงาน/กิจกรรมด้านแรงงานเข้าใน ๕. ยาเสพติด/เอดส์ในสถานประ   แรงงานลงสู่พื้นที่ ในปี  ๒๕๕๕  จากหัวหน้าส่วนราชการ
งานของท้องถิ่น กอบการ   ๖. อสร.ทุกคนจะได้รับทราบข่าวสารจาก กระทรวงแรงงาน จากประชาชนผู้เคย
๖. ช่วยหาเครือข่ายการเป็น อสร. ๑. การที่นายจ้างมีลูกจ้าง ๑ คน ขึ้นไปต้อง   ส่วนราชการ  กรง.ทุกเดือน  เช่น รับบริการ จากผู้นำท้องถิ่น  เพื่อรักษารูป
ระดับหมู่บ้าน แจ้งเป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม   ตำแหน่งงานว่าง  ข่าวประกันสังคม แบบและเป็นต้นแบบการให้บริการ
๗. เป็นตัวแทนส่วนราชการ  กรง. ๒. การจัดเก็บเงินสมทบเข้ากองทุน   และวารสารสาระน่ารู้ด้านแรงงาน ประชาชน (เครื่องมือคือแบบสอบถาม
สระแก้วในท้องถิ่นของตน ๓. การจ่ายสิทธิประโยชน์แก่ลูกจ้างกองทุน              สำนักงานประกันสังคม เป็นประจำ การสัมภาษณ์และความพึงพอใจ
  ประกันสังคม ๗ แผนงาน              จังหวัดสระแก้ว ๗. แกนนำ  อสร. ทุกคนมีความรู้/ ของประชาชน)
  ๔. การสมัครประชาชนเข้าเป็นสมาชิกกองทุน   ความสามารถ  และมีผลงาน  ซึ่งจะต้องช่วย ๖. ปี ๒๕๕๕ เป็นปีครบรอบ ๑๐ มี
  ประกันสังคมสำหรับพลเมืองตามความสมัครใจมาตรา ๔๐   สนับสนุน  อสร.ให้ได้รับความรู้และประสบการณ์ โครงการ To Be Number One
  ๑. การรับสมัครฝึกอาชีพช่าง/   ร่วมกัน  เช่นการจัดกิจกรรมที่เป็น ประกอบการจังหวัดสระแก้ว (โดย
  อาชีพอิสระ   ประโยชน์ต่อสมาชิก  การมีชมรม อสร. ภาพรวม)  ได้รับรางวัลดีเด่นในปี 
  ๒. การรับสมัครทดสอบมาตรฐาน   เพื่อดูแลสมาชิกซึ่งกันและกัน ในด้าน ๒๕๕๔ จะต้องรักษาสถานภาพต่อ ๆ
  ฝีมือแรงงาน      ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน สวัสดิการหรือทำประโยชน์ต่อสาธารณ ไป  ทุกท้องถิ่นจึงต้องสนับสนุน
  ๓. การให้นายจ้างจัดการฝึกอบรม      จังหวัดสระแก้ว ชนร่วมกัน กิจกรรมนี้ด้วย ฉะนั้น หาก อสร.
  และพัฒนาทักษะลูกจ้างในสถาน     มีส่วนช่วยในกิจกรรมนี้  ก็สามารถ
  ประกอบการ     รายงานผลงานตนเองได้
  ๑. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี     ๗. อสร. ต้องช่วยสอดส่องว่าสถาน
  และอัตราค่าจ้างตามลักษณะฝีมือแรงงาน     ประกอบการใด (ที่มีลูกจ้าง ๑ คน
  ๒. การค้ามนุษย์ (แจ้งเบาะแส)     ขึ้นไป) หากยังไม่ทำประกันสังคมให้
  ๓. พลังแผ่นดินผู้แจ้งเบาะแสยาเสพติด     กับลูกจ้าง  โปรดแจ้งมาเพื่อจะให้
  และชมรม TO BE NUMBER ONE      สำนักงานแรงงานจังหวัด   เจ้าหน้าที่จากสำนักงานประกันสังคม
  ๔. การขาดแคลนแรงงานระดับฝีมือต่ำ      สระแก้ว   ไปตรวจและขึ้นทะเบียน โดยเฉพาะ
  ๕. ภาวะการว่างงานในภาคเกษตร     กิจการก่อสร้าง งานเกษตร อุตสา
  ๖. โครงการจ้างงานเร่งด่วนฯ     หกรรม
  ๗. การประสานกรณีหน่วยบริการ     ๘. อสร.ต้องแจ้งข้อมูลการรับงาน
  ของ กรง. ลงสู่พื้นที่     ไปทำที่บ้านของประชาชนในพื้นที่
  ๘. แผนชุมชนด้านแรงงาน     และรายงานให้ทราบเพื่อจะได้ส่ง
  ๙. การจัดประกวดหมู่บ้าน อปพ.     เจ้าหน้าที่ไปสนับสนุนและให้การ
  การส่งเสริมการพัฒนาหมู่บ้านชายแดน ฯลฯ     คุ้มครอง
  ๑๐. การยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์      
  เงินบำนาญ/เงินคืนภาษี ของคนงานไทย      
  ในต่างประเทศที่กลับประเทศไทยเพราะ      
  หมดสัญญา  ฯลฯ      

 

 

อาสาสมัครแรงงาน

 

 

วิสัยทัศน์  : อาสาสมัครแรงงาน  เป็นผู้แทนกระทรวงแรงงานในระดับพื้นที่

 

๑. อาสาสมัครแรงงาน  หมายถึง  ผู้ที่สมัครใจทำงานให้กับกระทรวงแรงงาน  เพื่อให้เกิดสันติสุขด้านแรงงานแก่ผู้ใช้แรงงาน  นายจ้าง  ลูกจ้าง  และประชาชนทั่วไป  รวมทั้งเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานต่าง    ในสังกัดกระทรวงแรงงานเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนหรือผู้ใช้แรงงานที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านแรงงานในพื้นที่

 

๒. อาสาสมัครแรงงานเริ่มจัดตั้งเมื่อใด/ภายใต้ระเบียบ

          สำนักงานแรงงานจังหวัดดำเนินการแต่งตั้งอาสาสมัครแรงงานการเริ่มแต่งตั้งอาสาสมัครแรงงานในปีงบประมาณ  ๒๕๔๙  ภายใต้กรอบระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยอาสาสมัครแรงงาน  ลงวันที่    ธันวาคม  พ.ศ. ๒๕๔๘  มีผลบังคับใช้วันที่    ธันวาคม  ๒๕๔๘

 

๓. หน้าที่ของอาสาสมัครแรงงาน

          - เป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้

          - รวบรวมข้อมูลพื้นฐานด้านแรงงานในพื้นที่

          - ส่งเสริมคนในหมู่บ้าน/ชุมชน  ให้มีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน

          - ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องด้านแรงงานที่ได้รับมอบหมาย

 

๔.  นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

          ๑. ให้ทำงานในเชิงรุก

          ๒. จัดตั้งอาสาสมัครแรงงานให้ครบทุกตำบล  และในปี ๒๕๕๔  อาสาสมัครแรงงานตำบลจะได้รับค่าตอบแทนคนละ  ๖๐๐ บาท

          ๓. ประสานงานกับเครือข่ายอื่น เช่น อบจ. อบต. หรือเทศบาล

          ๔. ส่งเสริมให้มีแผนด้านแรงงานบรรจุลงในแผนชุมชน/หมู่บ้านและแผนพัฒนา อบต.

          ๕. นำบริการของกระทรวงแรงงานลงสู่เป้าหมายในพื้นที่โดยเน้น แรงงานนอกระบบ

การแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติ

          ๑. สั่งการให้มีการจัดตั้งอาสาสมัครแรงงานให้ครบทุกตำบลเพื่อให้อาสาสมัครแรงงานเป็นสื่อ/กลไกในการนำภารกิจของกระทรวงแรงงานลงสู่ประชาชนในระดับรากหญ้า

          ๒. ให้อาสาสมัครแรงงานเป็นข้อต่อระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับประชาชน

          ๓. จัดตั้งศูนย์แรงงานประจำตำบล

ผลงานที่ตอบสนองนโยบาย

          - จัดตั้งอาสาสมัครแรงงานครบทุกจังหวัด โดยแต่ละจังหวัดมีแกนนำครบทุกอำเภอรวม ๘๗๗ คน ปัจจุบันทั่วประเทศมี : อาสาสมัครแรงงาน  จำนวน ๑๗,๐๒๔ คน        -  เพศชาย  จำนวน ๙,๕๒๕ คน -  เพศหญิง  จำนวน ๗,๔๙๙ คน

          - จัดตั้งอาสาสมัครให้ครบทุกตำบล  รวม ๗,๒๕๕ ตำบล และมีแผนจะขยายไปสู่ระดับหมู่บ้าน

          - ขณะนี้จังหวัดสระแก้วมี  อสร.ระดับตำบล  จำนวน  ๕๙  คน  แต่ส่งผลงานไม่ครบถ้วนจึงต้องมีการปรับคำสั่งใหม่

          - ขณะนี้จังหวัดสระแก้วมี อสร.ระดับหมู่บ้าน  จำนวน  ๒๕๘  คน ยังไม่ครบ ๗๓๑ หมู่บ้าน  จึงต้องให้  อสร.ตำบลมีส่วนสนับสนุนให้ทุกหมู่บ้านเสนอชื่อกรรมการหมู่บ้านหรือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  จำนวน    คน  สมัครเป็น อสร.หมู่บ้าน  ให้ครบตามจำนวนหมู่บ้านในตำบลของตน

๕. การประสานงานกับส่วนราชการอื่น

          โดยกระทรวงแรงงานได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ  (MOU)  กับ ๔ หน่วยงาน  ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย  สมาคม  องค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย  สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย  และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย  เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของอาสาสมัครแรงงานแล้ว  โดยปลัดกระทรวงแรงงานได้ร่วมลงนามเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๓

สาระสำคัญของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) มีดังนี้

          ๑. ส่งเสริม/สนับสนุนให้  อสร.สำรวจและจัดเก็บข้อมูลด้านแรงงานเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการกำหนดนโยบายและแผนของรัฐ

          ๒. ส่งเสริม/สนับสนุนให้ อสร.ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านแรงงานของหน่วยงานในสังกัด

          ๓. ส่งเสริม/สนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่สามารถหางานทำและมีความรู้ความเข้าใจในการไปทำงานต่างประเทศและการใช้แรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมาย

          ๔. ส่งเสริม/สนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน  โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณานำแผนพัฒนาทักษะฝีมือไปบรรจุอยู่ในแผนของหน่วยงาน

          ๕. ส่งเสริม/สนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความรู้ด้านการคุ้มครองแรงงานตามกฎหมายแรงงาน

          ๖. ส่งเสริม/สนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความรู้และบริการด้านประกันสังคม

          ฉะนั้น  อสร.สามารถบูรณาการงานที่ทำใน  อบต.หรือพื้นที่อยู่แล้วให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงาน อสร.  เพราะงานที่ทำประจำกับงาน อสร.มีเป้าหมายเดียวกันคือ ให้ประชาชนในพื้นที่อยู่ดีมีสุข  คือสนองงานของ  อบต.เป็นลำดับแรก  และได้จิตอาสาจากการเป็น  อสร.ในอันดับรอง

 

 

---------------------------------